วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

โครงงาน สบู่รังไหม

image

บทที่ 1

บทนำ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

จังหวัดสุรินทร์ มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริม หลังจากหมดฤดูการทำนา หลายหมู่บ้านรวมทั้งบ้านอาเลา หัวเสือ โคกรัง ได้มีการจัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหมในหมู่บ้าน ในกระบวนการผลิตเส้นไหมจะเริ่มจาก การนำรังไหมไปต้มหลังจากนั้นก็ทำการดึงรังไหมให้เป็นเส้นไหมเพื่อไว้สำหรับทอผ้า ส่วนน้ำที่ต้มจากรังไหมนั้นชาวบ้านบางคน ก็จะนำไปล้างหน้าและสระผม คณะผู้จัดทำได้สอบถามจากชาวบ้าน ได้รับคำตอบว่า หากนำน้ำที่ได้จากการต้มรังไหมมา ล้างหน้าและสระผม จะทำให้ใบหน้าและเส้นผมนุ่มนวลเนียนขึ้น หลังจากได้ค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรังไหม จึงพบว่า รังไหมมีโปรตีนถึง 18 ชนิด โปรตีนดังกล่าวมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณ รวมทั้งรังไหมยังสามารถนำมาขัดผิว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวพรรณสะอาด และไม่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองเนื่องจากเป็นเส้นใยจากธรรมชาติ

สบู่เป็นเครื่องสำอางชนิดหนึ่งที่ใช้ในการทำความสะอาดร่างกาย เดิมใช้เพื่อทำความสะอาดร่างกายเท่านั้น ปัจจุบันกระบวนการผลิตสบู่ มีการเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ เพื่อให้สบู่มีสรรพคุณตรงตาม ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น เช่น มีสีสันที่สวยงามน่าใช้ มีกลิ่นหอม และมีสรรพคุณทางยา ในทางการค้า มีการใช้สารสังเคราะห์เพิ่มขึ้นทำให้ผลิตภัณฑ์น่าใช้ บรรจุภัณฑ์สวยงามแต่แฝงไป ด้วยสารเคมีที่เป็นอันตราย มีสารพิษตกค้างและราคาสูง ปัจจุบันจึงนิยมใช้พืชสมุนไพรที่มีอยู่ในธรรมชาติมาเป็นส่วนผสมเพิ่มเติมในสบู่ แทนการใช้สารเคมีสังเคราะห์ และเนื่องจากปัญหาสุขภาพของนักเรียนรวมทั้งคนในชุมชนมักเกิดจากปัญหาเรื่องของความสะอาด ปัญหาเรื่องของความสะอาดที่สังเกตได้จากนักเรียนในโรงเรียนบ้านอาเลา คือนักเรียนหลายคนมีคราบขี้ไคลตามผิวหนัง เป็นโรคกลากเกลื้อน มีกลิ่นตัว เป็นสิว แพ้เครื่องสำอาง เป็นโรคมือเท้าปาก สาเหตุหลักของปัญหาดังกล่าวคือ ขาดความเอาใจใส่ในเรื่องของความสะอาดและขาดผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาด คณะผู้จัดทำตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวคิดในการผลิตสบู่ด้วยวัสดุจากธรรมชาติและสมุนไพรจากผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น เพื่อให้ได้สบู่ราคาถูกที่สามารถทำใช้เองจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น มีความสามารถในการทำความสะอาดและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมทั้งไม่มีสารเคมีตกค้างทำให้แพ้หรือระคายเคือง ทั้งยังเป็นการปลุกจิตสำนึกในเรื่องของความสะอาด ตามนโยบาย “กินร้อน ช้อนกลาง “ ของกระทรวงสาธารณสุขอีกด้วย

ดาวน์โหลดเอกสาร โครงงาน 5 บท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น